<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>AppDever &#124; รับทำ App iPhone iPad iOS เขียน App Android มือถือ แท็บเล็ต . ทำโปรแกรมร้านอาหาร โปรแกรม POS . รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ &#187; สต็อกสินค้า</title>
	<atom:link href="https://www.appdever.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.appdever.com</link>
	<description>รับทำ App iPhone iPad iOS เขียน App Android มือถือ แท็บเล็ต . ทำโปรแกรมร้านอาหาร โปรแกรม POS . รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ . วางระบบเน็ตเวิร์ค . รับทำ SEO โฆษณาออนไลน์ . จดโดเมน เช่าโฮสติ้ง</description>
	<lastBuildDate>Tue, 10 Oct 2017 13:02:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>en-US</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>Tunjai แอพรายงานยอดขาย จัดการสต็อกสินค้า</title>
		<link>https://www.appdever.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
		<comments>https://www.appdever.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 10 Jan 2017 15:52:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Android app]]></category>
		<category><![CDATA[iOS app]]></category>
		<category><![CDATA[Web Application]]></category>
		<category><![CDATA[ทำ App Android]]></category>
		<category><![CDATA[ทำ App มือถือ]]></category>
		<category><![CDATA[ทำ iOS App]]></category>
		<category><![CDATA[ทำ Mobile Application]]></category>
		<category><![CDATA[แอพรายงานยอดขาย-สต็อกสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[Stock]]></category>
		<category><![CDATA[Tunjai]]></category>
		<category><![CDATA[ทันใจ]]></category>
		<category><![CDATA[รายงานยอดขาย]]></category>
		<category><![CDATA[สต็อกสินค้า]]></category>
		<category><![CDATA[แอพพีซี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.appdever.com/?p=1861</guid>
		<description><![CDATA[“สตาร์ทอัพดังๆ มักมีเพนพ้อยท์ของตัวเอง หรือมีประสบการณ์อยู่ในธุรกิจมาก่อน” เป็นมุมมองของ “กฤษณะ อุดมพงษ์” ซึ่งเวลานี้ก้าวจากชีวิตเอสเอ็มอี (ทำธุรกิจเวดดิ้งแพลนเนอร์กับซอฟท์แวร์เฮ้าส์ซึ่งปัจจุบันยังคงทำอยู่) มาสู่สังเวียนของสตาร์ทอัพด้วยการพัฒนา Application TUNJAI (ทันใจ แอพพลิเคชั่น) ที่ช่วยทำให้การรายงานยอดขายประจำวัน ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป เพราะเพียงแค่การทำงานด้วยปลายนิ้วของพนักงานขาย ยอดขายสินค้าของแต่ละสาขาจะถูกส่งตรงถึงระบบหลังบ้าน สามารถดูรายงานได้ทันที ทั้งยอดขาย และสต๊อกสินค้า ด้วยความถูกต้อง แม่นยำ อีกทั้งการทำงานก็จะไม่ซ้ำซ้อน ต้องบอกว่าเส้นทางเดินของเขาเวลานี้คล้ายคลึงกับสตาร์ทอัพดัง เนื่องจากที่มาที่ไปของ “ทันใจแอพ” [&#8230;]]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<article>
<div id="attachment_1862" style="width: 1930px" class="wp-caption aligncenter"><a href="http://www.appdever.com/wp-content/uploads/2017/01/TUNJAI-for-sale.001.png"><img class="size-full wp-image-1862" src="http://www.appdever.com/wp-content/uploads/2017/01/TUNJAI-for-sale.001.png" alt="Tunjai แอพรายงานยอดขาย จัดการสต็อกสินค้า" width="1920" height="1080" /></a><p class="wp-caption-text">Tunjai แอพรายงานยอดขาย จัดการสต็อกสินค้า</p></div>
<p>“สตาร์ทอัพดังๆ มักมีเพนพ้อยท์ของตัวเอง หรือมีประสบการณ์อยู่ในธุรกิจมาก่อน”</p>
<p>เป็นมุมมองของ <strong>“กฤษณะ อุดมพงษ์”</strong> ซึ่งเวลานี้ก้าวจากชีวิตเอสเอ็มอี (ทำธุรกิจเวดดิ้งแพลนเนอร์กับซอฟท์แวร์เฮ้าส์ซึ่งปัจจุบันยังคงทำอยู่) มาสู่สังเวียนของสตาร์ทอัพด้วยการพัฒนา Application TUNJAI (ทันใจ แอพพลิเคชั่น) ที่ช่วยทำให้การรายงานยอดขายประจำวัน ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป</p>
<p>เพราะเพียงแค่การทำงานด้วยปลายนิ้วของพนักงานขาย ยอดขายสินค้าของแต่ละสาขาจะถูกส่งตรงถึงระบบหลังบ้าน สามารถดูรายงานได้ทันที ทั้งยอดขาย และสต๊อกสินค้า ด้วยความถูกต้อง แม่นยำ อีกทั้งการทำงานก็จะไม่ซ้ำซ้อน</p>
<p>ต้องบอกว่าเส้นทางเดินของเขาเวลานี้คล้ายคลึงกับสตาร์ทอัพดัง เนื่องจากที่มาที่ไปของ “ทันใจแอพ” นั้นเกิดขึ้นมาเพื่อดิสรัปชั่น ระบบการขายแบบเดิมๆ ให้มีประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น</p>
<div id="ads-in-content"></div>
<p>เขาเล่าย้อนกลับไปราวเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา หลังจากที่เรียนจบด้านบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยหอการค้า ตัวเขาได้มีโอกาสทำงานกับบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับดีพาร์ทเมนท์สโตร์จึงทำให้เห็นปัญหาซึ่งเป็นเรื่องของการรายงานยอดขาย ทั้งนี้เนื่องจากในสมัยนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย การรายงานยอดขายสินค้าต่างๆที่นำไปวางขายในห้างสรรพสินค้า หรือดีพาร์ทเมนท์สโตร์ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศต้องใช้วิธีส่งกันทางไปรษณีย์ซึ่งกว่าจะส่งหมดส่งครบก็กินเวลาเป็นสัปดาห์<br />
<strong>&#8220;แต่ไม่นานมานี้ ผมได้กลับไปเยี่ยมที่บริษัทเดิมก็ได้เห็นว่าการทำงานยังคงเป็นแบบเดิมๆ แต่เปลี่ยนจากไปรษณีย์เป็นการส่งยอดขายกันทางอีเมล์ ทางไลน์ หรือใช้วิธีโทรศัพท์เช็คยอดกันว่าวันนี้ขายอะไรได้เท่าไหร่ ผมเลยสนใจคิดที่จะแก้ไขปัญหา&#8221;</strong><br />
เริ่มต้นเขาได้ลองทำตัวเบต้าขึ้นมาซึ่งก็ช่วยตอบโจทย์ได้ในระดับหนึ่ง จากนั้นก็มีการทำรีเสิร์ซเพื่อค้นหาว่ามีช่องว่างทางการตลาดอยู่จริงหรือไม่ เมื่อพบว่ามีโอกาสความเป็นไปได้ก็ทำออกมาเป็นโปรดักส์ขายให้กับผู้ประกอบการ ซึ่งระยะแรกก็ต้องแก้ไขยังไม่ลงตัว กระทั่งเขาคิดหาทางพัฒนาเพื่อให้สามารถใช้ในแบบที่เป็นแมสและมีราคาที่ไม่แพงมาก<br />
แทนที่จะขายเป็นโซลูชั่นขายกันชุดซึ่งมีราคาสูง และส่งผลเป็นอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจซื้อ ก็เปลี่ยนมาเป็นรูปแบบของแอพบนมือถือที่ใช้ได้ง่าย มีราคาถูก<br />
&#8220;แค่พนักงานขายแต่ละสาขาดาวน์โหลดแอพลงมือถือแล้วล็อคอินใส่พาสเวิร์ดเพื่อเข้าระบบ เราก็จะมีปุ่มกดง่ายๆ ถ้าจะขายของก็เลือกที่ตัวขายแล้วเขาสามารถสแกนที่ตัวสินค้าส่งได้เลย ส่วนจะเป็นสินค้าประเภทไหน ลดราคาเท่าไหร่ ตรงนี้ระบบหลังบ้านจะผูกให้แล้ว แอพเราจะไปแมตซ์ให้แล้วทั้งหมด พนักงานแค่สแกนส่งก็จบไม่ต้องเรียนรู้อะไรเยอะ&#8221;<br />
ประโยชน์ที่เกิดขึ้นคือการช่วยทำให้บริษัทสามารถรับรู้ยอดขายแบบเรียลไทม์ ได้รับข้อมูลอย่างเป็นระบบ มีความถูกต้อง (เชื่อมต่อเข้ากับระบบอีอาร์พีกับระบบอื่นๆของบริษัทได้) สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และปรับกลยุทธ์การขายได้อย่างทันท่วงที อีกทั้งยังติดตั้งได้ง่าย ใช้ได้ทั้งบนแอนดรอยด์และไอโอเอส และมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นเพียง 159 บาท เท่านั้น<br />
&#8220;ในระบบเดิมถ้ามีจุดขาย 200 แห่ง อย่างน้อยก็ต้องมีพนักงาน 200 คนที่ต้องส่งรายงานการขายเข้ามาในบริษัท ซึ่งเดี๋ยวนี้ใช้ไลน์ส่งเข้ามา แต่ไลน์ก็ไม่ได้ออกแบบเพื่อรายงานยอดขาย แค่ส่งมาให้รู้ว่าขายอะไร กี่ชิ้น ได้เงินเท่าไหร่ ไม่ได้มีการจัดแยกสินค้าออกเป็นหมวดหมู่ แต่ทันใจแอพจะเตรียมฐานข้อมูลำหรับหลังบ้านไว้ก่อนหน้า ซึ่งรวบรวมไอเท็มสินค้าของแต่ละแบรนด์จึงแยกยอดขายเพื่อส่งไปที่หลังบ้าน หรือสำนักงานใหญ่ได้ทันที&#8221;<br />
อีกหนึ่งประโยชน์ที่โดดเด่นเห็นได้ชัดก็คือ บริษัทสามารถลดจำนวนพนักงานลงได้ ซึ่งหมายถึงเงินเดือนที่ต้องจ่ายก็ลดลงด้วย กฤษณะบอกว่าในอดีตเวลาบริษัทต่างๆต้องรวบรวมยอดขายจากในกระดาษหรือจากไลน์ก็แล้วแต่ ก็จะต้องมีทีมซัพพอร์ต 4 คนเป็นอย่างต่ำเพื่อรับออร์เดอร์เข้ามาจากทั่วประเทศ<br />
<strong>คำถามก็คือ ในเมื่อเทคโนโลยียุคสมัยนี้มีความก้าวหน้าแต่ทำไมบริษัทยังคงใช้วิธีการแบบเดิมๆ? คำตอบก็คือ แม้ว่าจะมีเครื่องไม้เครื่องมือที่ช่วยแก้ไขอยู่มากมายในท้องตลาด แต่เหตุผลหลักๆเป็นเรื่องของราคาที่สูงลิ่วทำให้เอสเอ็มอีไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี</strong><br />
&#8220;อย่างเช่นถ้าจะติดพีโอเอสในแต่ละจุด ลำพังแค่ค่าซอฟท์แวร์ก็เป็นเงินประมาณหมื่นกว่าบาท ยังต้องมีค่าฮาร์ดแวร์พวกคอมพิวเตอร์ หรือแท็บเล็ตอีก อย่างต่ำก็ต้องใช้เงินถึง 2-4 หมื่นบาท นั่นหมายถึงถ้าบริษัทวางขายสินค้า 200 สาขา ก็ต้องลงทุนมากถึง 4 ล้านบาท&#8221;<br />
ในวันนี้ทันใจแอพได้ลอนซ์สู่ตลาดมาเป็นเวลากว่าสามเดือนแล้ว เมื่อพูดถึงฟีดแบ็ค กฤษณะบอกว่าเขามีลูกค้าจำนวน 3 บริษัทแล้ว ซึ่งได้มาจากคอนเน็คชั่นของตัวเขาเอง<br />
&#8220;ด้วยความที่ผมเคยอยู่ในธุรกิจนี้อยู่แล้ว และมีเครือข่ายก็คือเพื่อนฝูงที่ยังคงทำงานในธุรกิจค้าปลีก เขาก็ช่วยแนะนำเราให้กับเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือของเล่น เพราะทันใจแอพใช้ได้กับสินค้าทุกเซ็กเมนท์ และเราก็จะให้บริษัทใช้ได้ฟรี 1 เดือนอีกด้วยเพื่อให้เขาทดสอบว่า แอพเราตอบโจทย์หรือไม่&#8221;<br />
แต่แม้ว่าจะผ่านประสบการณ์มาก่อน แม้จะรู้ลึกถึงความต้องการ แต่ก็แค่เพียงสินค้ากลุ่มเครื่องแต่งกายเท่านั้น กฤษณะบอกว่าเมื่อเป็นสินค้าอื่นๆที่นอกเหนือไปจากนี้ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบแอพอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินไป<br />
<strong>ในขณะเดียวกัน บางเรื่องกลับไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากการตัดสินใจซื้อหรือไม่ซึ้อที่สุดจะขึ้นอยู่กับตัวเจ้าของบริษัทซึ่งเป็นธรรมชาติของธุรกิจเอสเอ็มอี ดังนั้นจะไม่เกิดประโยชน์หากนำเสนอทันใจแอพผ่านไปทางฝ่ายขาย หรือฝ่ายไอที แต่จะเกิดผลดีที่สุดหากยิงตรงไปที่ตัวเจ้าของเลย</strong><br />
ทำให้เขาตัดสินใจนำเอาทันใจแอพเข้าสู่โครงการ “ทรูอินคิวบ์” เนื่องจากตระหนักว่าคอนเน็คชั่นที่มีอยู่ยังมีไม่พอ แต่องค์กรใหญ่อย่างทรูน่าจะช่วยสนับสนุนและช่วยทำให้ความสามารถในการเข้าถึงผู้ประกอบการทำได้มากยิ่งขึ้น<br />
กฤษณะวางแผนไว้ว่า ภายในปีนี้จะต้องมี 5 บริษัทที่ใช้บริการทันใจแอพ ซึ่งปัจจุบันลูกค้า 3 รายนั้นมีพนักงานใช้งานอยู่ราวๆ 300 กว่าคน และเมื่อมีบริษัทเพิ่มขึ้นอีกสองบริษัทก็หมายความว่าจะมีพนักงานที่ใช้งานประมาณ 700-800 คน อย่างไรก็ดี ในปีหน้าเขามีเป้าหมายจะเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยคาดหวังจำนวนผู้ใช้งานไว้ที่ 3 พันคน<br />
“ทันใจแอพอาจดูโตแบบชิลๆไปหน่อย สตาร์ทอัพส่วนใหญ่จะเน้นการสเกลของจำนวนยูสเซอร์ แต่เรามุ่งเน้นการโตแบบยั่งยืน ต้องบริการลูกค้าได้จริง เป็นโปรดัสก์ที่ใช้งานได้จริง”</p>
<p><strong>โอกาสในมุมผู้มีประสบการณ์</strong><br />
กฤษณะมองภาพแวดวงสตาร์ทไทยในเวลานี้ดูสวยหรูเกินจริง กระทั่งอาจนำไปสู่วงจรของการ <strong>“เกิดง่าย ตายเร็ว”</strong><br />
<strong>&#8220;ไม่แค่ไอเดียที่ดี แต่สตาร์ทอัพต้องรู้วิธีที่จะอยู่ให้รอดและเติบโตได้ด้วย สำหรับผมแล้วความสำเร็จขึ้นอยู่กับการที่เราได้เห็นและพยายามเข้าใจว่าอะไรคือปัญหาที่แท้จริง แล้วต้องโฟกัสกับมันอย่างจริงจัง ผมเชื่อว่าในยังมีช่องว่างอีกมากมายในหลายๆธุรกิจ&#8221;</strong><br />
อย่างเช่นตอนที่เขาตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อมาเปิดธุรกิจเวดดิ้งแพลนเนอร์ เพราะก่อนหน้านั้นเขาแต่งงานแล้วรู้สึกผิดหวังกับบริการของบริษัทที่มาดูแลงานแต่ง และจากประสบการณ์ที่เคยเป็นบ่าวสาวมาหมาดๆเลยทำให้เข้าใจถึงความต้องการเป็นอย่างดีว่าต้องการอะไร หวังจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษอย่างไร เป็นต้น<br />
ถามว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขาเคยประสบความผิดพลาดหรือเคยพบกับความล้มเหลวหรือไม่? เขาบอกว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากตัวเองยังไม่เคยเจอ แต่ส่วนใหญ่เกิดจากสภาพแวดล้อมหรือปัจจัยอื่นๆทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา<br />
&#8220;ที่บอกว่าตัวเองไม่เคยผิดพลาด คงเป็นเพราะผมไม่เคยตั้งความหวังไว้สูงเลย ถ้าไม่เฟลถึงขั้นล้มละลายก็ยังถือว่าเราได้ทำ ได้ลองผิดลองถูก ผมมองเป็นประสบการณ์มากกว่า ไม่ได้มองเป็นความล้มเหลว ความผิดพลาดที่ผ่านมาอาจเป็นการเลือกเครื่องมือ หรือเลือกช่องทางที่ผิด ผมไม่ถือเป็นความล้มเหลว แต่ถือว่าได้ประสบการณ์&#8221;</p>
</article>
<div class="panel"></div>
<div class="panel"></div>
<div class="panel">Ref: <a href="http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/727490" target="_blank">http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/727490</a><br />
ข้อมูลเพิ่มเติม : <a href="http://www.tunjaiapp.com" target="_blank">www.tunjaiapp.com</a></div>
<!-- Facebook Members Plugin by Crunchify: http://Crunchify.com/facebook-members/ -->
		<div class="fb-recommendations-bar" data-href="https://www.appdever.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81/" data-read-time="6" data-side="" data-action="like"></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.appdever.com/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b9%8a%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
